ดาลี่ย์ บลินด์ สตาร์ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สาบานว่าจะทำทุกวิธีทางที่ทำได้เพื่อจะช่วยรักษางานของพ่อเขาและพาฮอลแลนด์เข้าไปลุยในศึกยูโร 2016
ฮอลแลนด์ได้อันดับที่สามในฟุตบอลโลกภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล กำลังอยู่ในช่วงอันตรายที่จะล้มเหลวในการคว้าตั๋วไปเล่นที่ฝรั่งเศสในซัมเมอร์หน้าโดยปราศจากแม้แต่การได้สิทธิ์ไปเล่นเพลย์ออฟ
พ่อของกองหลังที่เป็นอดีตทีมชาติอย่าง แดนนี่ บลินด์ เข้ารับช่วงต่อทีมชาติฮอลแลนด์ต่อจาก กุส ฮิดดิ้งค์ และจะโดนปลดถ้าไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้
ฮอลแลนด์ต้องเอาชนะ คาซักสถาน ให้ได้ในเกมวันเสาร์และเกมกับ เช็ก ที่อัมสเตอร์ตัมในวันอังคารและต้องหวังให้คู่แข่งอย่าง ตุรกี เสมอหรือแพ้ทั้ง 2 เกมที่เหลือในรอบแบ่งกลุ่มถึงจะมีโอกาสเข้าสู่รอบสุดท้าย
และบลินด์วัย 25 ปี เปิดเผยว่าเขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะช่วยทีมชาติผ่านเข้ารอบในสถานการณ์ที่ฮอลแลนด์จะตกรอบทัวร์นาเมนต์ใหญ่นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้หรือไม่
"ผมต้องการให้พ่อเป็นโค้ชทีมชาติต่อไปหลังจากสองเกมนี้"
"เขาสมควรที่จะเป็นกุนซือทีมชาติฮอลแลนด์ ผู้คนอาจจะลืมไปว่าเขาเพิ่งรับงานโค้ชเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมานี่เองภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก"
ความพ่ายแพ้ในตุรกีเมื่อเดือนที่ผ่านมาเกือบจะเป็นการยุติความหวังของทีมชาติฮอลแลนด์ในการผ่านรอบคัดเลือก โดย บลินด์ ก็มีส่วนผิดพลาดในประตูที่สองในความพ่ายแพ้ 0-3
และเขายอมรับความผิดของเขาเป็นการเติมเชื้อไปเพราะว่าทำให้พ่อของเขาที่ติดทีมชาติมา 40 เกมให้ฮอลแลนด์ในปี 1980 และยุค 90 อยู่ในความเสี่ยงที่จะหลุดจากตำแหน่ง
"ลึกลงไปภายในผมรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบมากขึ้นเพราะว่าพ่อผมคือโค้ชทีมชาติ"
"ผมยังคงโดนวิจารณ์ฟอร์มการเล่น ผมรู้ว่าผมเล่นแย่ ทั้งฤดูกาลผมสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีเอาไว้ แต่ในตุรกีมันผิดพลาดไปหมด และผมก็โดนตำหนิมากมายหลายวันหลังจากนั้น"
"บางทีผมควรจะแสดงอารมณ์ให้มากกว่านี้ แต่ผมไม่สามารถทำได้ แน่นอนว่ามันเจ็บปวดเมื่อทำผิดพลาด คุณไม่อยากทำให้พ่อคุณต้องตกงานหรอกนะจริงมั้ย"
"เราพูดกันเสมอว่าเราจะผ่านเข้ารอบไปด้วยกันในฐานะโค้ช และผู้เล่นไม่ใช่ฐานะลูกชายและพ่อเมื่อเราทำงานด้วยกัน"
"บางทีผมอาจจะไม่รู้สึกแย่มากขนาดนี้ถ้ามันเกิดขึ้นจากการเล่นทีมชาติให้กับโค้ชคนอื่น"